วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2552

AMDส่งแพลตฟอร์มใหม่สำหรับโน้ตบุ๊กลงตลาด

"เอเอ็มดี"เปิดตัวแพลตฟอร์มโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ 'Dual-Core AMD Turion X2 Ultra' ที่มาพร้อมสมรรถนะกราฟิกคุณภาพระดับ HD แต่ประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม นอกจากนี้ยังเปิดตัวเทคโนโลยี'ATI XGP' แพลตฟอร์มอุปกรณ์กราฟิกภายนอก เชื่อมต่อกับโน้ตบุ๊ก ผ่านอินเตอร์เฟสแบบ PCI Express (PCIe) 2.0 หวังเสริมสมรรถนะกราฟิก-อัปเกรดมัลติมีเดีย ให้เทียบเท่าเครื่องพีซี
นายจักรกฤช วัชระศักดิ์ศิลป์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัทเอเอ็มดี ฟาร์อีสต์ จำกัด กล่าวว่า AMD ถูกคาดหวังไว้มากสำหรับแพลตฟอร์มที่มีความสมดุล ทั้งความสามารถด้านการประมวลผลแอปพลิเคชันและความสามารถด้านการประมวลผลกราฟิก เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภคในการรับชมริชคอนเทนต์ที่มีอยู่อย่างหลากหลายทั้งในปัจจุบันและอนาคต
"แพลตฟอร์มโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ของเราจะถูกบรรจุไว้ด้วยนวัตกรรมต่างๆ มากมาย ทั้งหมดทำงานสัมพันธ์กัน เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากความสามารถในการผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงสมรรถนะกราฟิกระดับ HD ที่พร้อมสำหรับการใช้งานทุกที่ทุกเวลา"
สำหรับแพลตฟอร์มใหม่ที่เอเอ็มดีเปิดตัวนี้ จะให้กราฟิกคุณภาพระดับ HD โดยโมบายโปรเซสเซอร์ Dual-Core AMD Turion X2 Ultra จะมาพร้อมคุณสมบัติ เช่น AMD Independent Dynamic Core Technology เมมโมรี่คอนโทรลเลอร์ที่ออกแบบมาสำหรับโน้ตบุ๊กโดยเฉพาะ และ HyperTransport 3.0 เทคโนโลยีเพื่อสมรรถนะการรับส่งข้อมูลที่ครั้งนี้มาพร้อมกับความสามารถด้านการจัดการพลังงานด้วย
External Graphic สำหรับโน้ตบุ๊ก
แมตต์ สกินเนอร์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์กราฟิก บริษัทเอเอ็มดี กล่าวว่า เทคโนโลยี ATI XGP ทำให้ผู้ใช้สามารถแปลงโฉมเครื่องคอมพิวเตอร์ธรรมดาที่ใช้งานอยู่ทุกวันให้กลายเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ระดับไฮเอนด์สำหรับเล่นเกมแบบฮาร์ดคอร์ได้ ง่ายๆเพียงแค่เสียบผลิตภัณฑ์กราฟิกแบบภายนอกผ่านสาย PCIe-USB 2.0 แค่นี้ก็ได้สมรรถนะกราฟิกระดับไฮเอนด์แล้ว
"เทคโนโลยีนี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถเป็นเจ้าของโน้ตบุ๊กประเภทบางเฉียบที่ดีไซน์สวยๆ ได้พร้อมกับสมรรถนะด้านกราฟิกที่เทียบเท่าเครื่องเดสก์ท็อประดับไฮเอนด์"
สำหรับเทคโนโลยี ATI XGP(External Graphics Platform) เปิดตัวครั้งแรกพร้อมกับผลิตภัณฑ์กราฟิกการ์ด ATI Mobility Radeon HD 3800 Series ที่ออกแบบมาเพื่อผู้บริโภคที่ชื่นชอบกราฟิกแบบ HD โดยเฉพาะ สนับสนุนการทำงานแบบ Multi-GPU ผ่านเทคโนโลยี ATI CrossFireX นอกจากนี้ยังมีแบนด์วิธที่สูง ซึ่งเป็นผลจากการเชื่อมต่อผ่าน PCIe-USB 2.0 เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้หลากหลาย เช่น ทีวีจูนเนอร์แบบภายนอก, เครื่องเล่น Blu-ray แบบภายนอก และอื่นๆอีกมากมาย

Company Related Links : AMD

'AMD 790GX' แพลตฟอร์มพีซีสมรรถนะสูงจากค่ายเอเอ็มดี

'เอเอ็มดี'เปิดตัว'AMD 790GX'แพลตฟอร์มเดสก์ท็อปพีซีใหม่ ศูนย์รวมนวัตกรรมช่วยเพิ่มสมรรถนะให้'AMD Phenom'ทำงานได้เต็มศักยภาพมากขึ้น พ่วงด้วย ATI Radeon HD 3300 กราฟิกชิปที่เร็วที่สุดในโลกรวมมาในตัว พร้อมคุณสมบัติการทำงานแบบ Multi-GPU เพื่อการรับชมความบันเทิงความละเอียดสูงแบบ High Definition (HD) ฟิล ไอส์เลอร์ รองประธานบริษัทและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มชิปเซ็ต บริษัทเอเอ็มดี กล่าวว่า AMD 790GX จะประกอบไปด้วยนวัตกรรมใหม่มากมายอยู่ในตัว พร้อมจะทำให้ AMD Phenom เผยศักยภาพที่แท้จริงออกมา ผลคือแพลตฟอร์มพีซีสมรรถนะสูงที่พร้อมจะทำให้ผู้บริโภคทั่วโลกได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ในการรับชมความบันเทิง “ทุกวันนี้ High Definition หรือ HD กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน สิ่งนี้เองที่ต้องการการสนับสนุนเรื่องสมรรถนะจากกราฟิกชิปและ Multi-Coreโปรเซสเซอร์ ซึ่งมีเพียง AMD เท่านั้นที่สามารถตอบสนองความต้องการเหล่านั้นได้ ผ่านแพลตฟอร์มที่เหมาะสมที่สุด” หลังจากการทดสอบปรากฏว่า ชิปเซ็ต AMD 790GX สามารถเพิ่มสมรรถนะของ AMD Phenom ให้สูงขึ้นได้ผ่านเทคโนโลยี Advanced Clock Calibration นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น ATI Hybrid CrossFireX ที่ถูกอินทิเกรตมาในตัวกราฟิก ATI RadeonTM HD 3300, ATI Radeon HD 3400 Series และATI Radeon HD 2400 Series รวมถึงเทคโนโลยี ATI CrossFireX ความสามารถด้าน Multi-GPU ที่เปิดโอกาสให้กราฟิกชิปหลายๆตัวสามารถทำงานร่วมกันบนระบบเดียวกันได้ เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของเกมเมอร์ในเรื่องกราฟิก 3 มิติ ความสมจริงของภาพ ที่ความละเอียดสูงสุด ทั้งนี้ เทคโนโลยี Advanced Clock Calibration (ACC)ที่ถูกอินทิเกรตมาในชิป SB750 Southbridge ซึ่งมาเป็นส่วนหนึ่งของชิปเซ็ต AMD 790GX นั้น ทำให้ได้แพลตฟอร์มที่ดีที่สุดเพื่อปลดล็อคสมรรถนะของ AMD Phenom นอกจากนี้ ATI Radeon HD 3300 กราฟิกชิปแบบออนบอร์ดที่ถูกอินทิเกรตมากับ AMD 790GX ยังให้สมรรถนะในระดับ HD ซึ่งไม่ทำให้เกมเมอร์ผิดหวัง และยังสามารถทำงานร่วมกับกราฟิกการ์ดสมรรถนะสูงได้ผ่านระบบการทำงานแบบ Multi-GPU ในกราฟิกการ์ดรุ่นต่างๆ เช่น ATI Radeon HD 4800 Series นอกจากนี้ AMD 790GX ยังเป็นชิปเซ็ตรุ่นที่ 3 ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AMD Overdrive เครื่องมือโอเวอร์คล็อกสำหรับทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น Advanced Clock Calibration เป็นความสามารถหนึ่งที่อยู่ใน AMD Overdrive ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถตั้งระดับสมรรถนะการทำงานของโปรเซสเซอร์ AMD Phenom Black Edition เพื่อเพิ่ม-ลดสมรรถนะของพีซีในระดับที่ต้องการได้ อีกทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยี ATI Avivo HD สำหรับการเล่นภาพแบบ Full 1080p HD บนพีซี ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับฟอร์แม็ตใหม่อนาคต เช่น VC-1, MPEG-2 และ H.2646 รวมถึงเทคโนโลยี AMD Unified Video Decoder (UVD) ที่สลับภาระการประมวลผล HD ไปที่ GPU แทน CPU เพื่อภาพที่สวยและคมชัดกว่า พร้อมๆ กับการประหยัดพลังงาน, ไม่แล็ก, ไม่กระตุก หรือดีเลย์สำหรับการเล่นฟอร์แม็ตใหม่ล่าสุดอย่าง Blu-ray "พีซีที่พัฒนาบน AMD 790GX ยังสามารถช่วยให้ผู้บริโภคมีความยืดหยุ่นมากขึ้นสำหรับการเลือกใช้วีดีโออินเตอร์เฟสต่างๆ เช่น DisplayPort, DVI, HDMI และด้วยการสนับสนุนของเทคโนโลยี AMD Surroundview ผู้ใช้ยังสามารถเลือกใช้โหมดแสดงผล Multi-Monitor สำหรับการแสดงผลบนหลายจอภาพได้อีกด้วย"
Company Related Links : AMD

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2552

3G มาตรฐานโทรศัพท์มือถือในยุคที่ 3

3G (สามจี หรือ ทรีจี) เป็นมาตรฐานโทรศัพท์มือถือในยุคที่ 3 ถูกพัฒนาและกำลังมาแทนที่ ระบบโทรศัพท์ 2G ซึ่ง 3G นั้นพัฒนาบนพื้นฐานของมาตรฐาน International Mobile Telecommunications 2000, IMT-2000 ภายใต้กลุ่มของ International Telecommunication Union (ITU)
3G หรือที่เรียกว่า ระบบ UMTS หรือ WCDMA ในระบบ GSM 850 , 900 , 1800 , 1900 และ 2100 (ที่เป็นสากลที่โทรศัพท์ระบบ 3G ต้องมี)
3Gนั้น ได้พัฒนามาจาก GPRS และ EDGE ตอนนี้ได้มีในเมืองไทยแล้ว แต่ในของระบบ AIS นั้นจะทำ HSDPA หรือ 3.5G (ระบบ 3G มีใช้เฉพาะที่จังหวัด เชียงใหม่ และ กทม.) โดยขณะนี้ มีแค่ AIS และ ทรูมูฟ เท่านั้นที่ให้บริการ
3G คือ โทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่สาม หรือมาตรฐาน IMT-2000 นั้นนิยามสั้นๆ เพื่อให้เข้าใจตรงกันว่า
• “ต้องมี แพลทฟอร์ม(Platform) สำหรับการหลอมรวมของบริการต่างๆ อาทิ กิจการประจำที่ (Fixed Service) กิจการเคลื่อนที่ (Mobile Service) บริการสื่อสารเสียง ข้อมูล อินเทอร์เน็ต และ พหุสื่อ (Multimedia) เป็นไปในทิศทางเดียวกัน” คือ สามารถถ่ายเท ส่งต่อข้อมูล ดิจิตอล ไปยังอุปกรณ์โทรคมนาคมประเภทต่างๆ ให้สามารถรับส่งข้อมูลได้
• “ความสามารถในการใช้โครงข่ายทั่วโลก (Global Roaming)” คือ ผู้บริโภคสามารถ ถืออุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ไปใช้ได้ทั่วโลก โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง
• “บริการที่ไม่ขาดตอน (Seamless Delivery Service)” คือ การใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยน เซลล์ไซต์ (Cell Site) เขาใช้คำว่า Seam less นั้นแปลว่า ไร้รอยตะเข็บนะครับ
• อัตราความเร็วในการส่งข้อมูล (Transmission Rate) ในมาตรฐาน IMT-2000 นั้นกำหนดไว้ว่าต้องมีอัตราความเร็ว
> มากกว่า 144 กิโลบิต/วินาที ในทุกสภาวะ > ถึง 2 เมกกะบิต/วินาที ในสภาวะกึ่งเคลื่อนที่ > สูงถึง 384 กิโลบิต/วินาที ในสภาวะเคลื่อนที่
------------------------------------------------------
อ้างอิงจาก กทช. ไม่สนรัฐบาล ออกไลเซนส์อัปเกรด 3G ใน กทม.

วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2552

AMD ส่ง Neo ชน Atom เปิดตลาดเน็ตบุ๊ก 12"


CES 2009: เมื่อวานนี้ทาง AMD ได้ประกาศแพลตฟอร์ม Yukon ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็น Athlon Neo โพรเซสเซอร์สำหรับเน็ตบุ๊กเจนเนอเรชั่น 2 ที่มีขนาดหน้าจอ 12-13 นิ้ว โดยทางบริษัทอ้างว่า มันเร็วกว่าโพรเซสเซอร์ Atom ของ Intel ถึง 2.5 เท่าเลยทีเดียว!!!แม้ AMD จะบอกว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวไม่ได้โจมตีตลาดเน็ตบุ๊กในตลาดอย่างเช่น MSI Wind, ASUS eeePCs รวมถึงรุ่นอื่นๆ แต่ทางบริษัทก็เชื่อว่า ผู้บริโภคต้องการเน็ตบุ๊กที่มีขนาดหน้าจอ 12-13 นิ้ว ซึ่งเน็ตบุ๊กในปัจจุบันเล็กเกินไป และไม่สามารถสร้างผลกำไรให้กับบริษัทผู้ผลิตได้ ทั้งนี้ทางบริษัทต้องการเติมเต็มความต้องการให้กับผู้บริโภคด้วยเน็ตบุ๊กที่มีขนาดใหญ่กว่าในราคาต่ำกว่า 1,000 เหรียญฯดูเหมือนว่า Atlon Neo จะออกมาเพื่อชนกับ Atom โพรเซสเซอร์ของอินเทลโดยตรง ส่วนความแตกต่างที่เห็นก็คือ มันมีขนาดใหญ่กว่า และการบริหารจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพด้อยกว่า เปรียบเทียบขนาดของโพรเซสเซอร์ Neo จะอยู่ที่ 27 x 27 ม.ม. และมี thermal envelope อยู่ที่ 15 วัตต์ ในขณะที่ Atom ของอินเทลมีขนาดชิปอยู่ที่ 22 x 22 ม.ม. และมี thermal envelope แค่ 2.5 วัตต์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม เน็ตบุ๊กที่ใช้โพรเซสเซอร์รุ่นใหม่นี้จะได้รับการออกแบบให้บางเบาตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี โดยในงาน CES 2009 ผู้เข้าชมงานได้พบกับเน็ตบุ๊ก 12 นิ้ว HP Pavilion DV2 ในราคา 699 เหรียญฯ(ประมาณ 23,000 บาท)

วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2552

ซอฟต์แวร์ "Health care" ดาวเด่นปี 2009


ซอฟต์แวร์ปาร์คเผย ซอฟต์แวร์ Health care ดาวเด่นตลอดปีหน้า ส่วนซอฟต์แวร์เอนเตอร์เทนเมนต์ความนิยมยังไม่ตก เผยการเมืองเศรษฐกิจไม่กระทบ ซอฟต์แวร์ปาร์คเผย ซอฟต์แวร์ Health care ดาวเด่นตลอดปีหน้า ส่วนซอฟต์แวร์ เอนเตอร์เทนเมนต์ความนิยมยังไม่ตก เผยการเมืองเศรษฐกิจไม่กระทบ วางรากฐานพัฒนาที่ดีเป็นเกราะกำบัง จับตาผู้ผลิต 9 ราย เปิด “โครงการซอฟต์แวร์เพื่อสังคม “ ให้ซอฟต์แวร์ฟรี 148 โรงเรียน พร้อมเตรียมขยายผลไป สาธารณะสุข และ หน่วยงานภาครัฐ
นางสุวิภา วรรณสาธพ ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย หรือซอฟต์แวร์ปาร์ค เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยในปีที่ผ่านมา พบว่าดาวรุ่งได้แก่ซอฟต์แวร์เกี่ยวกับธุรกิจHealth care สุขภาพ โรงแรม สปา สาธารณสุข เพราะปีที่ผ่านมากลุ่มธุรกิจดังกล่าวมีการขยายตัวมากขึ้น จึงมีความต้องการนำซอฟต์แวร์ไปช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น และคาดว่าธุรกิจดังกล่าวจะยังเป็นธุรกิจดาวรุ่งต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า
นอกจากนี้ยังมีซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวกับธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ ที่ยังเป็นดาวเด่นเช่นกัน เพราะยังมีความต้องการใช้งานซอฟต์แวร์เข้าไปช่วยสนับสนุนการดาวน์โหลดคอนเทนต์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้สำหรับภาพรวมซอฟต์แวร์ไทยในปีที่ผ่านมาแม้ว่าจะเกิดวิกฤตทางการเมืองมีการเปลี่ยนแปลง รัฐมนตรีบ่อยครั้ง ประกอบกับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ เนื่องจากประเทศไทยมีการวางรากฐานทิศทางการพัฒนาเป็นเกราะกำบัง และคาดว่าในปีหน้าก็จะไม่ได้รับผลกระทบในเชิงลบเช่นกัน
อย่างไรก็ดี คาดว่าการเติบโตมูลค่าตลาดรวมซอฟต์แวร์ไทยในปีนี้จะไม่เติบโตมากเท่าปี2550 ที่เติบโตถึง 18 % มีมูลค่าประมาณ58,000 ล้านบาท นอกจากนี้จากการวิเคราะห์ภาพรวมธุรกิจบริษัทซอฟต์แวร์ จำนวน 55 บริษัทซึ่งเช่าพื้นที่ตึกซอฟต์แวร์ปาร์ค พบว่ายังมีงานคับคั่งในช่วงปลายปี และผู้ประกอบการยังมีศักยภาพจ่ายค่าเช่าต่อเนื่อง
ที่ผ่านมาผลกระทบทางการเมืองแม้ยังไม่ส่งผลให้อุตสาหกรรมติดลบ เหมือนภาคธุรกิจอื่น แต่ก็ส่งผลให้ภาครัฐชะลอการลงทุน แต่ก็ยังมีความหวังว่ารัฐบาลใหม่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมได้ นางสุวิภา กล่าวต่อว่า ซอฟต์แวร์ปาร์คได้ร่วมมือกับพันธมิตรผู้ผลิตซอฟต์แวร์ไทย 9 ราย จัด “ โครงการซอฟต์แวร์เพื่อสังคม” โดยเฟสแรกจะมอบให้แก่โรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือก 148 แห่ง ดำเนินการแจกจ่ายไปแล้ว 48 โรงเรียน และที่เหลือจะแจกให้หมด และมีแผนแจกจ่ายให้แก่ สาธารณสุข และหน่วยงานภาครัฐที่ดำเนินการไม่หวังผลกำไรโดยโครงการนี้แนวโน้มผู้ประกอบการซอฟต์แวร์สนใจเข้าร่วมเพิ่มมากขึ้น ศ.ดร.ชัชนาถ เทพรานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี(TMC ) เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวนับเป็นการปลูกต้นกล้าเยาวชน ไอที โดยซอฟต์แวร์เหล่านี้จะกลายเป็นเครื่องมือพัฒนาเยาวชนให้มีขีดความสามารถมากขึ้น

ไมโครซอฟท์ต่ออายุ "XP" สะท้อนความล้มเหลวของ "วิสต้า"

น่าจะเป็นของขวัญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่จากยักษ์ใหญ่ไมโครซอฟท์ให้กับบรรดาผู้ค้าคอมพิวเตอร์ ด้วยการประกาศต่อชีวิตระบบปฏิบัติการ วินโดวส์ เอ็กซ์พี ออกไปอีก 6 เดือนจากกำหนดการเดิม เดิมทีนั้นถึงวันที่ 31 มกราคม 2552 ไมโครซอฟท์จะหยุดปล่อยไลเซนส์วินโดวส์ เอ็กซ์พีให้กับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์อีกต่อไป นั่นหมายถึงใน ท้องตลาดคอมพิวเตอร์ที่วางขายจะไม่มีระบบปฏิบัติการวินโดวส์ เอ็กซ์พี อีกแล้ว แต่สุดท้ายก็เลื่อนไปอีกจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมปีหน้า จากที่ก่อนหน้านี้ต่ออายุให้กับ เอ็กซ์พีมาก่อนแล้วสำหรับ "เน็ตบุ๊ก" ที่ยังคงปล่อยไลเซนส์ให้ไปจนถึงปี 2553เพราะฉะนั้นตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีหน้า คอมพิวเตอร์ที่ขายกันอยู่บนตลาดนั้น จะมีเฉพาะระบบปฏิบัติการวินโดวส์ วิสต้า เท่านั้น
การต่ออายุให้วินโดวส์ เอ็กซ์พีไปอีก แม้เพียง 4-5 เดือนสะท้อนให้เห็นถึงความลังเลไม่แน่ใจของไมโครซอฟท์ ซึ่งแม้จะอ้างมาตลอดว่าการตอบรับวินโดวส์ วิสต้าเป็นไปด้วยดี แต่ในส่วนผู้ใช้เองพบว่าปฏิกิริยาต่อวินโดวส์ วิสต้า เป็นไปในทางที่ไม่ดีนัก ไม่ดีจนถึงขนาดนี้ผู้ขายคอมพิวเตอร์ บางเจ้าต้องจัดออปชั่นให้ลูกค้าเลือก "ดาวน์เกรด" ลงเป็นวินโดวส์ เอ็กซ์พีเสียด้วยซ้ำ โดยอาศัยช่องว่างของสัญญาที่ทำกับ ไมโครซอฟท์ระยะแรกๆ ที่วินโดวส์ วิสต้าออกมานั้น ตลาดตอบรับเป็นลบเนื่องจากปัญหามากมายเกี่ยวกับการรองรับฮาร์ดแวร์ แม้เมื่อเวลาผ่านไปการแก้ไขจะดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ก็ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับองค์กรใหญ่ๆ ไม่ยินดีจะอัพเกรดคอมพิวเตอร์มาเป็นวินโดวส์ วิสต้า จะว่าไปแล้ววินโดวส์ วิสต้า ซึ่งสำหรับไมโครซอฟท์นั้นเหมือนสิ่งใหม่ๆ ที่พยายามจะไล่ให้ทันกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นกับระบบปฏิบัติการอื่น ไม่ว่าจะเป็น แมคอินทอช หรือลีนุกซ์ กลับกลายเป็นเหมือนระบบปฏิบัติการขัดตาทัพ (โดยไม่ได้ตั้งใจ) ทำนองเดียวกับวินโดวส์ มิลเลนเนียม ที่ออกมาก่อนเอ็กซ์พีเป็นระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่ผู้คนยินดีต้อนรับน้อยที่สุด แต่มองข้ามไปถึง "วินโดวส์ 7" ที่กำลังจะออกมาในปลายปีหน้าแทนและหาก "วินโดวส์ 7" ทำออกมาได้ไม่ประทับใจกว่าวินโดวส์ วิสต้า ขอให้จับตาส่วนแบ่งตลาดระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ในปีถัดไปได้เลย ว่าวินโดวส์จะลดลงอีกจากที่ลดลงแล้วอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้

การเติบโตอันน่าทึ่งของ ระบบปฏิบัติการ Ubuntu


กูเกิล เสิร์ชเอ็นจิ้น ที่ก้าวขึ้นมาจนกลายเป็นยักษ์ใหญ่ในธุรกิจในไอที มีพนักงานอยู่ราวๆ 20,000 คน เกือบครึ่งหนึ่งของคอมพิวเตอร์ที่พนักงานกูเกิลใช้ทำงานอยู่ทุกวันนั้นใช้ระบบปฏิบัติการ "อูบุนตู" ซึ่งเป็น "ลีนุกซ์" สายพันธุ์หนึ่งที่เติบโตเร็วที่สุด โดยมีการปรับแต่งจากเดิมเล็กน้อยแล้วพนักงานในบริษัทเรียกกันเล่นๆ ว่า "กูบุนตู"
"มาร์ค ชัตเติลเวิร์ท" แห่งบริษัทแคโนนิแคล เศรษฐีหนุ่มจากแอฟริกาใต้ ผู้สนับสนุนหลักทางการเงินสำหรับระบบปฏิบัติการอูบุนตู ใช้เวลาเพียงแค่สี่ปีทำให้มันเติบโตอย่างรวดเร็ว บนพื้นฐานแนวความคิดโอเพ่นซอร์ซซอฟต์แวร์ที่เชื่อว่าความร่วมไม้ร่วมมือจะนำมาซึ่งซอฟต์แวร์ระบบเปิดที่ดีกว่าและถูกกว่าซอฟต์แวร์แบบปิด
ประเมินกันว่าปัจจุบันมีผู้ใช้อูบุนตูอยู่ ทั่วโลกมากกว่า 10 ล้านคน
ขณะที่แต่เดิมมานั้นระบบปฏิบัติการ ลีนุกซ์จะใช้กันอยู่ในแวดวงจำกัดของนักพัฒนาและพวกที่ชอบเล่นกับเทคโนโลยี ทว่าสำหรับอูบุนตูแล้ว เข็มมุ่งของชัตเติลเวิร์ท ชัดเจนมาแต่ต้นก็คือทำให้มันเป็นมิตรกับผู้ใช้ทั่วๆ ไปมากที่สุด เป้าหมายของเขาคือการสร้างลีนุกซ์ เดสก์ทอปสำหรับคนทั่วๆ ไป ไม่ใช่เฉพาะพวก "Geek"
หากพิจารณาจากการเติบโตของ อูบุนตู ชัตเติลเวิร์ทและสหายก็น่าจะทำได้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางเอาไว้
"คริส ดิโบน่า" ผู้จัดการฝ่ายโครงการโอเพ่นซอร์ซซอฟต์แวร์ แห่งกูเกิล กล่าวว่าเขาคิดว่าอูบุนตูเป็นลีนุกซ์เดสก์ทอปที่สามารถครองใจผู้ใช้
งานได้ และบอกด้วยว่า ความหวังของลีนุกซ์ถ้าจะมีก็อยู่ที่อูบุนตูนี่แหละ
ผู้ใช้ที่มีประสบการณ์กับวินโดวส์มาก่อนจะพบว่าการใช้งานอูบุนตูก็ง่ายและคล้ายๆ กัน เข้าถึงผู้ใช้ทั่วๆ ไปได้ค่อนข่างง่ายกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ของลีนุกซ์ ยอดผู้ใช้งานจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีอุปสรรคหลายอย่างหากต้องการจะผลักดันให้อูบุนตูขึ้นไปสู่ระบบปฏิบัติการกระแสหลักได้
แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่แคโนนิแคลพยายามจะแก้ไขมาเป็นลำดับ และรักษาจุดยืนในการพัฒนาให้เป็นลีนุกซ์ เดสก์ทอปสำหรับคนทั่วๆ ไปไว้มั่นคง
"ไอดีซี" ประเมินว่าปัจจุบันประมาณ 11 เปอร์เซ็นต์ของธุรกิจอเมริกันใช้คอมพิวเตอร์ ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการอูบุนตู ส่วนในยุโรปนั้นการใช้งานยิ่งเป็นอย่างกว้างขวาง เช่น อูบุนตู 180,000 บนคอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียนในมาซีโอเนีย 195,000 เครื่องของโรงเรียนในสเปน และกว่า 80,000 เครื่องในหน่วยงานสภาและสำนักงานตำรวจฝรั่งเศส
แม้ว่าในเชิงธุรกิจแล้ว แคโนนิแคล ยากจะทำกำไรได้ แต่เป้าหมายของชัตเติลเวิร์ทคือการสร้างความเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานให้กับโลกของระบบปฏิบัติการบนพื้นฐานของโอเพ่นซอร์ซซอฟต์แวร์ ซึ่งเชื่อกันว่าในสภาพวิกฤตเศรษฐกิจที่ลามไปทั่วโลกเวลานี้ คือ โอกาสทองของโอเพ่นซอร์ซซอฟต์แวร์เลยทีเดียว

วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2552

WiMAX Technology คลื่นลูกใหม่ของโลกไร้สาย

เมื่อการเชื่อมโยงแบบไร้สายเป็นทางเลือกที่เพิ่มมูลค่าขึ้นได้อย่างรวดเร็วดังเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน อุปสรรคทางภูมิศาสตร์ไม่อาจกางกั้นไฟแห่งแรงปรารถนาของมนุษยชาติ เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นโครงข่ายสื่อสารที่โยงใยผู้คนทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน การสื่อสารไร้สายความเร็วสูงที่ครอบคลุมพื้นที่ได้ถูกวิวัฒนาการขึ้น ให้ผู้คนโลดเล่นไปเฉกเช่นจินตนาการของโลกแห่งเวทมนต์ ก็เพียงแต่คุณอยู่หน้าจอ ก็สามารถเดินทางรอนแรมท่องเที่ยวไปทั่วโลกได้แค่ชั่วพริบตา...ในยุคแรกของการนำเอาเทคโนโลยีบรอดแบนด์ไร้สายมาใช้งานนั้นมักจะมุ่งเน้นไปที่การเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุด (Point-to-Point) ซึ่งเชื่อมโยงระบบเครือข่ายภายในอาคาร 2 แห่งเข้าด้วยกันเพื่อให้ติดต่อสื่อสารถึงกันได้ ซึ่งต่อมาการใช้งานรูปแบบนี้มีข้อจำกัด จึงได้มีการพัฒนาการเชื่อมต่อในอีกรูปแบบหนึ่งขึ้น โดยเป็นการเชื่อมต่อแบบจุดหนึ่งไปหลาย ๆ จุดได้ (Point-to-Multipoint) ซึ่งวิธีการนี้ทำให้ผู้ให้บริการระบบอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์สามารถให้บริการที่ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการได้กว้างขึ้น ซึ่งในแง่ของธุรกิจแล้วนั้นให้ความคุ้มค่าในการลงทุนมากกว่า ดังนั้นระบบบรอดแบนด์ไร้สายจึงเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถขยายพื้นที่ในการให้บริการบรอดแบนด์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังใช้งบประมาณในการลงทุนที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับการติดตั้งระบบบรอดแบนด์แบบใช้สายอย่างโครงข่ายใยแก้วนำแสงที่ต้องมีการลากสายและติดตั้งท่อร้อยสายใต้ดินรวมถึงจะเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้ใช้ในการใช้บริการบรอดแบนด์ความเร็วสูงในราคาประหยัดอีกด้วย สำหรับการเติบโตของบรอดแบนด์ทั่วโลกโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียนั้นได้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและได้มีการคาดการณ์ไว้ว่าจะยังคงเติบต่ออย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความต้องการการสื่อสารข้อมูลที่มีความเร็วสูงมากกว่า แต่เทคโนโลยีเก่าอย่าง Dial-Up ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานและสื่อแบบมัลติมีเดียที่เป็นการสื่อสารทั้งสัญญาณภาพ เสียงและข้อมูลได้ ดังนั้นจากเหตุผลที่ได้กล่าวมาทำให้เทคโนโลยีการสื่อสารบรอดแบนด์ไร้สายกลายเป็นทางเลือกใหม่ที่ลงทุนต่ำและเป็นเทคโนโลยีซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นส่วนขยายของบริการฮอตสปอทหรือการบริการบรอดแบนด์ความเร็วสูงไปยังจุดซึ่งโครงข่ายใยแก้วนำแสงไม่ได้ครอบคลุมถึงตลอดจนเป็นส่วนขยายไปยังผู้ใช้ ปลายทางหรือที่เรียกว่า Last Mile ของเทคโนโลยีแบบมีสายอื่นๆ


WiMAX คืออะไร ?

WiMAX เป็นชื่อเรียกเทคโนโลยีไร้สายรุ่นใหม่ล่าสุดที่คาดหมายกันว่า จะถูกนำมาใช้งานในอนาคตอันใกล้นี้ โดย WiMAX เป็นชื่อย่อของ Worldwide Interoperability for Microwave Access ซึ่งเป็นเทคโนโลยีบรอดแบนด์ไร้สายความเร็วสูงรุ่นใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาบนมาตรฐาน IEEE 802.16 ซึ่งมาก็ได้พัฒนามาตรฐาน IEEE 802.16a ขึ้น โดยได้การอนุมัติออกมาเมื่อเดือนมกราคม 2004 โดยสถาบันวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หรือ IEEE (Institute of Electrical and Electronics Engineers) ซึ่งมีรัศมีทำการที่ 30 ไมล์ หรือเป็นระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ซึ่งนั่นหมายความว่า WiMAX สามารถให้บริการครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่าระบบโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G มากถึง 10 เท่า ยิ่งกว่านั้นก็ยังมีอัตราความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลสูงสุดถึง 75 เมกะบิตต่อวินาที (Mbps) ซึ่งเร็วกว่า 3G ถึง 30 เท่าทีเดียวโดยมาตรฐาน IEEE 802.16a หรือ WiMAX มีความสามารถในการส่งกระจายสัญญาณในลักษณะจากจุดเดียวไปยังหลายจุด (Point-to-multipoint) ได้พร้อมๆ กัน โดยมีความสามารถรองรับการทำงานในแบบ Non-Line-of-Sight ได้ สามารถทำงานได้แม้กระทั่งมีสิ่งกีดขวาง เช่น ต้นไม้ หรือ อาคารได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ WiMAX สามารถช่วยให้ผู้ที่ใช้งาน สามารถขยายเครือข่ายเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้กว้างขวางด้วยรัศมีทำการถึง 31 ไมล์ หรือประมาณ 48 กิโลเมตร และมีอัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุดถึง 75 Mbps มาตรฐาน IEEE 802.16a นี้ใช้งานอยู่บนคลื่นไมโครเวฟที่ความถี่ระหว่าง 2-11 กิกะเฮิรตซ์ (GHz) และยังสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์มาตรฐานชนิดอื่นๆ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดีจากจุดเด่นของการทำงานของ WiMAX ข้างต้น ทำให้เทคโนโลยีตัวนี้สามารถตอบสนองความต้องการของการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้กับพื้นที่ที่ห่างไกล ที่สายเคเบิ้ลไม่สามารถลากไปไม่ถึงได้เป็นอย่างดี ตลอดจนเพิ่มความสะดวกสบาย และประหยัดสำหรับการขยายเครือข่ายในเมืองที่มีอยู่แล้วได้ เนื่องจากไม่ต้องลงทุน ขุดถนนเพื่อวางสายเคเบิลใยแก้วใหม่ นอกจากนั้น WiMAX หรือบรอดแบนด์ไร้สาย มาตรฐาน IEEE 802.16a ยังได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพของคุณภาพในการให้ ้บริการ (QoS) ซึ่งสามารถรองรับการใช้ การใช้งานภาพ (video) หรือการใช้งานเสียง (voice) ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรของเครือข่ายมากอย่างเก่า (low-latency network) อีกทั้งในเรื่องของความปลอดภัยยังได้เพิ่มคุณสมบัติของความเป็นส่วนตัว (privacy) ซึ่งต้องได้รับอนุญาต (authentication) ก่อนที่จะเข้าออกเครือข่าย และข้อมูลต่างๆ ที่รับส่งก็จะได้รับการเข้ารหัส (encryption) อีกด้วย ทำให้การรับส่งข้อมูลบน มาตรฐานตัวนี้มีความปลอดภัยมากขึ้นซึ่งประโยชน์ดังกล่าวนี้ ทำให้เราสามารถนำ WiMAX ไปประยุกต์เพื่อลดช่องว่างของ เทคโนโลยีในพื้นที่ห่างไกลที่เทคโนโลยีเข้าไปไม่ถึง ตลอดจนสนองความต้องการ การใช้งานบรอดแบนด์ในเมืองที่มีพื้นที่แออัดได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และมีค่าใช้จ่ายที่ประหยัดกว่าการติดตั้งเครือข่ายในแบบวางสายสัญญาณที่ใช้


รูปแบบการใช้งาน WiMAX ในส่วนต่างระบบบรอดแบนด์ตามความต้องการ (Broadband on-demand) สำหรับระบบเครือข่ายไร้สายมาตรฐาน WiMAX นั้น จะช่วยให้เหล่าโอเปอเรเตอร์ต่างๆ สามารถจัดสรรงานบริการที่มีความเร็วสูงเทียบเท่าระบบเครือข่ายแบบใช้สายได้ โดยใช้เวลาการติดตั้งที่น้อยกว่า มีราคาที่ถูกกว่ามาก นอกจากนั้น WiMAX ก็ยังช่วยให้มีการจัดเตรียมการใช้งานระบบสื่อสารความเร็วสูงในรูปแบบตามความต้องการได้ในทันทีทันใด โดยรูปแบบนี้เหมาะสำหรับการทำงานในแบบชั่วคราว อาทิเช่น การจัดนิทรรศการ การจัดงานงานประชุม การจัดงานแสดงสินค้า เป็นต้นระบบการสื่อสารบรอดแบนด์สำหรับที่พักอาศัย ขณะที่เทคโนโลยีการใช้งานสายเคเบิลและเทคโนโลยี DSL ที่ถูกใช้งานในปัจจุบันนั้นมีช่องว่างในการใช้งานมาก ด้วยข้อจำกัดของการวางโครงข่ายที่มีอยู่และต้นทุนของการวางระบบ ทำให้ไม่สามารถให้บริการกับผู้ที่ต้องการใช้งานจำนวนมากซึ่งต้องการระบบการสื่อสารระดับบรอดแบนด์ได้ แต่ข้อจำกัดเหล่านี้จะถูกทลายลง เมื่อมีการเปิดตัวระบบที่อ้างอิงกับมาตรฐาน WiMAX ออกมา โดยแอพพลิเคชันสำหรับการสื่อสารบรอดแบนด์ไร้สาย WiMAX จะช่วยให้สามารถพัฒนางานต่างๆ ที่สนองตอบความต้องการการใช้งานบรอดแบนด์ในรูปแบบต่างๆ ได้ พื้นที่ซึ่งบริการเข้าไม่ถึง นับว่าเทคโนโลยีระบบการสื่อสารอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงที่ได้อ้างอิงกับมาตรฐาน WiMAX นี้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง สำหรับการใช้งานในพื้นที่ห่างไกล ในเขตที่มีข้อจำกัดของการเดินสายนำสัญญาณในระบบ DSL บริการการสื่อสารแบบไร้สายคุณภาพสูง มาตรฐานIEEE 802.16e ซึ่งเป็นส่วนต่อเติมของ IEEE 802.16a นั้นเป็นคุณสมบัติแบบพิเศษที่พัฒนาขึ้นมาให้รองรับการใช้งานในแบบที่ต้องเคลื่อนที่ตลอดเวลา เหมาะสำหรับอุปกรณ์ในแบบพกพาสำหรับการเดินทาง ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานยังสามารถสื่อสารได้โดยให้คุณภาพในการสื่อสารที่ดีและมีเสถียรภาพขณะใช้งาน แม้ว่ามีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาก็ตามการส่งสัญญาณแบบ Cellular Backhaul ด้วยแบนด์วิดท์การใช้งานของ WiMAX ที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือ จึงทำให้มีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งกับการที่จะนำมาใช้งานให้รองรับการส่งสัญญาณในแบบย้อนกลับไปยังสถานีฐานระบบเซลลูลาร์ ซึ่งมีการติดต่อสื่อสารกันในแบบจุดต่อจุดได้

เรื่องของความเร็ว สำหรับ WiMAX นั้น ได้ให้อัตราความเร็วในการส่งสัญญาณข้อมูลมากถึง 75 เมกะบิตต่อวินาที (Mbps) โดยใช้กลไกการเปลี่ยนคลื่นสัญญาณที่ให้ประสิทธิภาพสูง สามารถส่งสัญญาณออกไปได้ในระยะทางไกลมากถึง 30 ไมล์ หรือ 48 กิโลเมตร ภายใต้คลื่นความถี่ระดับสูงที่มีประสิทธิภาพในการทำงานสูง ทั้งก็ยังไม่มีปัญหาเรื่องของสัญญาณสะท้อนอีกด้วย นอกจากนั้นแล้ว สถานีฐาน(Base Station) ยังสามารถพิจารณาความเหมาะสมในระหว่างความเร็ว และระยะทางได้อีก ตัวอย่างเช่น ถ้าหากการใช้เทคนิคในแบบ 64 QAM (Quadarature Amplitude Modulation) ไม่สามารถรองรับการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพได้ การเปลี่ยนไปใช้ 16 QAM หรือ QPSK (Quadarature Phase Shift Key) ซึ่งจะช่วยเพิ่มระยะทางการในการสื่อสารให้มากขึ้นได้การบริการที่ครอบคลุม นอกจาก WiMAX จะใช้เทคนิคของการแปลงสัญญาณที่ให้ความคล่องตัวในการใช้งานสูง และเปี่ยมประสิทธิภาพแล้ว มาตรฐาน IEEE 802.16a ก็ยังสามารถรองรับการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีซึ่งขยายพื้นที่การให้บริการให้กว้างขวางมากขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น ระบบเครือข่ายที่ใช้สถาปัตยกรรมแบบผสมผสาน (Mesh Topology) และเทคนิคการใช้งานกับเสาอากาศแบบอัจฉริยะ (Smart Antenna) ที่ช่วยประหยัดต้นทุนและเพิ่มอัตราความเร็วของการรับส่งสัญญาณที่ให้สมรรถนะในการทำงานน่าเชื่อถือสูงความสามารถในการขยายระบบ: WiMAX นั้นมีความสามารถในเรื่องการรองรับการใช้งานแบนด์วิดท์, ช่องสัญญาณ สำหรับการสื่อสารได้ด้วยความยืดหยุ่น โดยสามารถปรับให้สอดคล้องกับแผนการติดตั้งเซลล์ในย่านความถี่ที่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ หรือ ย่านความถี่ที่ได้รับการยกเว้นค่าลิขสิทธิ์ทั่วโลก อาทิเช่น ถ้าโอเปอเรเตอร์ที่ให้บริการนั้นได้รับคลื่นความที่ 20 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ก็สามารถที่จะทำการแบ่งคลื่นความถี่นี้ออกเป็น 2 ส่วน โดยแต่ละส่วนนั้นอยู่ที่ 10 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) หรือจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ๆ ละ 5 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ก็ได้ ทำให้โอเปอเรเตอร์สามารถบริหารจัดการแต่ละส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังเพิ่มเติมผู้ใช้งานในแต่ละส่วนได้อีกด้วยการจัดลำดับความสำคัญของงานบริการ (QoS - Quality of Service) สำหรับระบบเครือข่ายไร้สายมาตรฐาน WiMAX นี้ มีคุณสมบัติด้าน QoS (Quality of Service) ที่รองรับการทำงานของบริการสัญญาณเสียงและสัญญาณวิดีโอ ซึ่งต้องการระบบเครือข่ายที่ไม่สามารถทำงานด้วยความล่าช้าได้ บริการเสียงของ WiMAX นี้ อาจจะอยู่ในรูปของบริการ Time Division Multiplexed (TDM) หรือบริการในรูปแบบ Voice over IP (VoIP) ก็ได้ โดยโอเปอเรเตอร์สามารถกำหนดระดับความสำคัญของการใช้งานให้เหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานต่างๆ อาทิ สำหรับบริการให้องค์กรธุรกิจ, ผู้ใช้งานตามบ้านเรือน เป็นต้นระบบรักษาความปลอดภัย นับเป็นคุณสมบัติที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยคุณสมบัติของการรักษาความลับของข้อมูลและการเข้ารหัสข้อมูล ซึ่งอยู่ในมาตรฐาน WiMAX ที่จะช่วยให้การสื่อสารมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น แถมยังมีระบบตรวจสอบสิทธิการใช้งานและมีระบบการเข้ารหัสข้อมูลในตัวด้วยรูป wimax_logo-1.gif? สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีบรอดแบนด์ไร้สายมาตรฐาน WiMAX นั้น มีองค์กรที่ได้รับการจัดตั้งจากบรรดาบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Nokia, Intel, Proxim, Fujitsu, Alvarion ฯลฯ ที่มีชื่อเรียกกันว่า WiMAX Forum ขึ้น เพื่อร่วมกันพัฒนาและกำหนดมาตรฐานกลางของเทคโนโลยีบรอดแบนด์ไร้สายความเร็วสูงมาตรฐาน IEEE 802.16 รวมถึงการทำหน้าที่ทดสอบและออกใบรับรองให้แก่อุปกรณ์ที่ใช้มาตรฐานไร้สายระบบใหม่ ทั้งนี้มาตรฐาน IEEE 802.16 จะถูกเรียกกันโดยทั่วไปว่า WiMAX เช่นเดียวกับที่มาตรฐาน IEEE 802.11 เคยได้รับการรู้จักในชื่อ Wi-Fi มาแล้ว บทสรุป แม้ว่าในขณะนี้ WiMAX จะเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย แต่ WiMAX ก็ถือว่า เป็นเทคโนโลยีที่มีอนาคตสดใส เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะเข้ามาช่วยตอบสนองความต้องการการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็วได้เป็นอย่างดี และหากมองถึงประโยชน์ในการขยายเครือข่ายบรอดแบนด์ให้เข้าถึงพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลแล้ว ผลประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นกับผู้ใช้งานทุกคนที่จะมีโอกาสได้ใช้เครือข่ายสื่อสารความเร็วสูงอย่างเท่าเทียมกัน รวมไปถึงการช่วยสร้างรายได้และโอกาสทางการตลาดให้กับเหล่าโอเปอเรเตอร์ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย รวมทั้งบรรดาผู้ผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง และเชื่อได้ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะได้สัมผัสกับเทคโนโลยี WiMAX อย่างแพร่หลายเช่นเดียวกับที่ Wi-Fi ประสบความสำเร็จอยู่ในปัจจุบันนี้

Dell Virtualisation Solutions



Virtualisation technology helps simplify operations
Virtualisation is changing everything. It's changing the way resources are deployed and managed, greatly simplifying and speeding IT response to a changing business environment.
Virtualisation allows you to run multiple applications and operating systems independently on a single server. Additionally, administrators can quickly move workloads from one virtual workspace to another - easily prioritizing business needs while maximizing server resources.
This flexibility in the allocation of computing capacity allows the consolidation of applications and servers - easing IT management requirements and expenses. This is one way that IT Simplification helps you focus your resources on innovation instead of maintenance.
Dell helps you virtualise at the speed of YOUR business
Whether you're a small organisation trying to extend the value of the assets you already have or a large data center pushing the envelope in automation, Dell is delivering solutions that make sense for your budget, staff and business.Dell provides solutions tailored for who you are, what you're doing, and where you need help. Dell delivers
Tailored solutions for every customer because every customer has different needs
A smarter path to virtualisation by providing choices today that won't limit flexibility tomorrow
Services to help you to help yourself. Dell services are design to simplify transitions and empowers your staff, not take over your operations
Deploy as fast as you need it. Dell enables you to rapidly scale server and storage capacity without overinvesting in idle resources, hardware or staff.In addition to operational efficiencies, our virtualisation solutions can help you in a variety of ways, including:
streamlined test and development environments
fast resource provisioning and workload balancing
affordable business continuity strategies

Case Studies Bumrungrad International Hospital