หวั่นฟีเจอร์อ่านออกเสียงในเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์นาม Kindle2 รุ่นใหม่ล่าสุดละเมิดลิขสิทธิ์ผู้แต่งหนังสือ ล่าสุด อเมซอน (Amazon) สางปมความกังวลด้วยการตัดสินใจเปิดทางให้ผู้แต่งมีสิทธิ์เลือกได้ว่ายินยอมให้ฟีเจอร์อ่านออกเสียงทำงานกับบทความของตัวเองได้หรือไม่ แม้จะยืนยันว่าฟีเจอร์ดังกล่าวไม่มีทางผิดลิขสิทธิ์แน่นอนเนื่องจากไม่มีการทำซ้ำ และไม่มีการสร้างผลงานแตกแขนงออกมาอย่างเป็นชิ้นเป็นอันหลังจาก Kindle 2 เริ่มตีตลาดสหรัฐฯในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ สมาคมนักเขียนสหรัฐฯหรือ US Authors Guild ได้ออกมาประกาศเตือนว่า ฟีเจอร์อ่านออกเสียงใน Kindle2 อาจจะเป็นอันตรายต่ออุสหกรรมสิ่งพิมพ์ แถมยังมีการบอกเป็นนัยว่าทางกลุ่มอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดเพื่อหาทางดำเนินมาตรการตามกฎหมายในอนาคตอย่างจริงจัง
อเมซอนนั้นยืนยันว่า ฟีเจอร์ text-to-speech สำหรับแปลงข้อความให้อยู่ในรูปเสียงใน Kindle 2 นั้นไม่เข้าข่ายผิดกฏหมาย เนื่องจากฟีเจอร์ดังกล่าวไม่มีการคัดสำเนา ทำซ้ำ และไม่มีการมอบสิทธิ์ใดๆ โดยเชื่อว่าฟีเจอร์ดังกล่าวจะเป็นผลดีกับผู้ถือลิขสิทธิ์บทความ ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการที่ผู้บริโภคมีช่องทางในการรับข้อมูลบทความที่สะดวกสบายกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม อเมซอนตัดสินใจให้ผู้ถือลิขสิทธิ์หนังสือทุกรายสามารถกำหนดได้ว่าต้องการให้ฟีเจอร์อ่านออกเสียงใน Kindle 2 สามารถทำงานบนบทความของตัวเองหรือไม่ โดยในแถลงการณ์ของอเมซอนแสดงความเชื่อมั่นว่า ผู้ถือสิทธิ์ส่วนใหญ่จะยินดีใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าว
"เราเริ่มทำงานด้านเทคนิกเพื่อปรับระบบให้ผู้แต่งหรือผู้พิมพ์หนังสือตัดสินใจเองแล้ว ระบบใหม่จะทำให้ผู้แต่งหรือผู้พิมพ์หนังสือสามารถตัดสินใจเลือกได้ด้วยตัวเองว่า มีความสนใจในการจำหน่ายหนังสือบนฟังก์ชันอ่านออกเสียงหรือไม่ ซึ่งเรามั่นใจว่า ส่วนใหญ่จะตัดสินใจไม่ยกเลิกฟังก์ชันนี้"
กลุ่ม Authors Guild นั้นแสดงความกังวลว่า ฟีเจอร์อ่านออกเสียงในอุปกรณ์อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ของอเมซอนนั้นจะกระทบกับตลาดหนังสือเสียงหรือ audiobook ซึ่งอาจทำให้ตลาดดังกล่าวถูกกลืนหายไป ขณะที่อเมซอนออกมาแย้งว่า เมื่อผู้บริโภคซื้อหนังสือแล้ว ก็มีสิทธิ์เต็มที่ที่จะอ่านหนังสือหรือฟังก็ได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น