วันพุธที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2553

กลัวไม่ส่วนตัว วุฒิสมาชิกมะกันขอเฟสบุ๊กปรับนโยบายใหม่

การปรับเปลี่ยนนโยบายความเป็นส่วนตัวบนเฟสบุ๊กครั้งล่าสุดกลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อ 4 วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึงเฟสบุ๊ก ขอให้เฟสบุ๊กลงมือปรับนโยบายใหม่ให้ผู้ใช้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นโดยเร็ว ขู่ทับว่าหากไร้ความเคลื่อนไหวที่น่าพอใจ คณะกรรมาธิการการค้าสหรัฐฯหรือ FTC อาจต้องเข้ามาตรวจสอบให้เป็นเรื่องเป็นราว

4 วุฒิสมาชิกผู้ห่วงใยความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้แก่ อัล แฟรงเคน, ชาลร์ส สคูเมอร์, ไมเคิล เบนเน็ต และมาร์ก เบกิช ทั้งหมดปรากฏชื่อในจดหมายเปิดผนึกซึ่งส่งถึงเฟสบุ๊กเมื่อวันอังคาร (27) ที่ผ่านมา

ความกังวลของทั้ง 4 วุฒิสมาชิกอเมริกันมีต้นเหตุจากฟีเจอร์ใหม่ของเฟสบุ๊กซึ่งถูกเปิดตัวในงาน f8 งานประชุมนักพัฒนาที่เฟสบุ๊กเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 เมษายน ฟีเจอร์ที่เป็นปัญหาคือส่วนหนึ่งของความสามารถในกลุ่ม Social Plugin (โปรแกรมเสริมที่เว็บไซต์ทั่วไปสามารถนำไปติดตั้งได้อย่างเสรี เพื่อเป็นช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลจากเฟสบุ๊ก) เช่น ระบบแสดงกิจกรรมอัตโนมัติ Activity Feed และระบบแสดงสถิติความนิยม Recommendation

ยกตัวอย่างเช่นในเว็บไซต์ข่าว CNN.com รายงานระบุว่า Activity Feed จะทำให้กิจกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์และกลุ่มเพื่อนในเฟสบุ๊ก ถูกดึงไปแสดงบน CNN.com โดยผู้ใช้จะเห็นหน้าต่าง Friend Activity ซึ่งจะแจงข้อมูลว่าเพื่อนในเฟสบุ๊กได้เลือกแบ่งปันหรือแชร์ข่าวใดของ CNN บ้าง ขณะที่ Recommendation จะเป็นหน้าต่างแสดงเนื้อหาของ CNN ที่ชาวเฟสบุ๊กกดปุ่ม Like ให้คะแนนความชื่นชอบบนเฟสบุ๊กมากที่สุด

สิ่งที่เกิดขึ้นคือข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้จะกลายเป็นข้อมูลสาธารณะ ทั้งข้อมูลเมืองหรือเขตที่อยู่, ความชื่นชอบหรือ Like, ความสนใจ รวมถึงรายละเอียดกลุ่มเพื่อน นี่เองที่วุฒิสมาชิกสหรัฐฯมองว่าอาจนำไปสู่การขยายตัวของระบบการโฆษณาไม่พึงประสงค์

รายงานระบุว่า สคูเมอร์นั้นเป็นตัวแทนกลุ่มในการร่างจดหมายเปิดผนึกถึงเฟสบุ๊ก โดยสิ่งที่สคูเมอร์เรียกร้องคือเฟสบุ๊กควรเปลี่ยนแปลงนโยบายการแบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ โดยควรให้ผู้ใช้เลือกตกลงเผยแพร่ข้อมูล (opt-in) แทนที่จะมัดมือเผยแพร่ข้อมูลก่อนแล้วจึงเปิดให้ผู้ใช้เลือกยกเลิกเผยแพร่ (opt-out) ซึ่งรายงานระบุว่าบางกรณีไม่สามารถยกเลิกได้

"นโยบาย (ของเฟสบุ๊ก) ในขณะนี้ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีมีความเสี่ยง" สคูเมอร์เชื่อว่าบางรายไม่มีความรู้ในการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่า หรือแม้แต่ไม่ได้ทราบเลยว่าเฟสบุ๊กได้เปลี่ยนนโยบายใหม่แล้ว

สคูเมอร์ระบุว่าได้ส่งเรื่องไปยัง FTC ให้เข้ามาตรวจสอบนโยบายการปกปิดข้อมูลความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์เครือข่ายสังคมอย่างจริงจัง เพื่อนำไปเป็นกรอบหรือมาตรฐานสำหรับการปฏิบัติว่าเครือข่ายสังคมจะนำข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์อย่างใดได้บ้าง โดยสคูเมอร์ระบุว่าหาก FTC มองว่ายังไม่มีเครื่องมือหรืออำนาจพอในการกำหนดขอบเขตให้ผู้ประกอบการเครือข่ายสังคม ทางวุฒิสมาชิกก็พร้อมจะอำนวยความสะดวกในการเสนอร่างตามขั้นตอนทางกฏหมายต่อไป

ไม่ใช่เพียงวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ แต่ก่อนหน้านี้ ศูนย์เรียกร้องด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลบนระบบอิเล็กทรอนิกส์นาม Electronic Privacy Information Center (EPIC) ได้เรียกร้องให้ FTC เข้ามาสอบสวนการเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวครั้งล่าสุดของเฟสบุ๊กด้วย ซึ่งจุดนี้ เฟสบุ๊กนั้นระบุว่าได้ปรึกษากับผู้กำกับดูแลหรือ regulator จำนวนไม่น้อยถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่งประกาศไปแล้ว ก่อนจะเกิดกระแสต่อต้านในภาคสาธารณะเช่นนี้

เบื้องหลังการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของ Activity Feed และ Recommendation นั้นเป็นผลจากการยกเลิกฟีเจอร์ Facebook Connect ซึ่งเฟสบุ๊กตั้งใจอำนวยความสะดวกด้วยการเปิดกว้างให้ผู้ใช้สามารถล็อกอินเข้าเว็บไซต์โดยใช้ชื่อบัญชีเฟสบุ๊กด้วยการกดปุ่มคอนเฟิร์มครั้งเดียว ผลที่เกิดขึ้นคือไม่ว่าผู้ใช้จะไปหน้าเว็บไหนๆ ล็อกอินเฟสบุ๊กก็จะติดตามไปด้วยโดยอัติโนมัติ นี่เองทำให้ผู้ใช้เฟสบุ๊กสามารถรู้ได้ว่ากลุ่มเพื่อนกำลังฟังเพลงใดอยู่ ชอบข่าวไหน หรือมีบทความแนะนำใดบ้าง

ความสามารถนี้มีพันธมิตรของเฟสบุ๊กอีกหลายเว็บไซต์ที่พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายได้แบบทันใจ เช่น Yelp, IMDb, ESPN และ Microsoft โดยรายหลังสุดกำลังอยู่ระหว่างเตรียมให้บริการ Docs.com หรือที่รู้จักในนาม Docs for Facebook แอปพลิเคชันออนไลน์ที่ผู้ใช้เฟสบุ๊กจะสามารถแก้ไขเอกสารที่สร้างจากโปรแกรมไมโครซอฟท์ออฟฟิศผ่านหน้าเว็บได้ คาดว่านี่จะเป็นคู่แข่งสำคัญของบริการ Google Docs

สำหรับอนาคต เฟสบุ๊กระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่นาม Social Bar มีลักษณะเป็นแถบเมนูของเฟสบุ๊กที่จะติดตามผู้ใช้ไปบนเว็บต่างๆ ผลคือผู้ใช้จะสามารถเข้าถึงบริการของเฟสบุ๊กได้จากทุกที่ทุกเวลา เช่น การแชตหรือการส่งข้อความสนทนาถึงกันจากหน้าเว็บ CNN ได้เลย ยังไม่มีกำหนดให้บริการฟีเจอร์ที่แน่นอนในขณะนี้

ยังมี Facebook Credit ซึ่งเฟสบุ๊กเตรียมไว้สำหรับเป็นค่าเงินกลางเพื่อการใช้จ่ายค่าสินค้าหรือบริการบนเฟสบุ๊ก โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า Facebook Credits จะต้องถูกเปลี่ยนไปเป็นค่าเงินจริงอย่างดอลลาร์หรือปอนด์สเตอริง คาดว่าจะได้รับความนิยมแก่สาวกเกมในเฟสบุ๊ก


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 เมษายน 2553 10:02 น.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น