แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ HDD แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ HDD แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ซีเกตคลอดฮาร์ดไดร์ฟแล็บท็อบใหม่"เร็วที่สุด"

ซีเกตส่ง Momentus XT เขย่าวงการหน่วยความจำฮาร์ดไดร์ฟสำหรับคอมพิวเตอร์พกพา จุดเด่นคือการเป็นฮาร์ดไดร์ฟความจุ 500GB ที่ประกาศความเร็วรอบ 7,200 rpm ก็จริง แต่สามารถทำงานได้เร็วกว่าไดร์ฟ 7,200 rpm ปกติถึง 80% เปิดตัวครั้งแรกในแล็บท็อบอัสซุส สนนราคาจำหน่ายแก่ผู้ผลิตหรือโออีเอ็มคือ 113 เหรียญสหรัฐ ราว 3,850 บาท

ซีเกต การันตีว่า Momentus XT คือไดร์ฟสำหรับแล็บท็อบที่มีความเร็วที่สุดในโลกขณะนี้ เพราะความเป็นไดร์ฟลูกผสมที่ใช้ทั้งเทคโนโลยีจานแม่เหล็กแบบหัวเข็ม (spinning-disk) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟดั้งเดิม และเทคโนโลยีฮาร์ดไดร์ฟแบบชิปหน่วยความจำ (solid-state) ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีฮาร์ดไดร์ฟยุคใหม่ที่ใช้เวลาอ่านเขียนข้อมูลเร็วกว่า และสามารถลดการผลาญพลังงานได้มากกว่า

Momentus XT ไม่ใช่ไดร์ฟลูกผสมสำหรับแล็บท็อบรุ่นแรกที่เริ่มวางตลาด เพราะซีเกตและซัมซุง เคยเปิดตัวโน้ตบุ๊กรุ่นแรกที่ใช้ไดร์ฟลูกผสมนี้ตั้งแต่ปี 2007 แต่กลับไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควรเนื่องจากตัวโน้ตบุ๊กยังไม่สามารถสร้างสถิติการประหยัดพลังงานและมีประสิทธิภาพสูงพอที่จะดึงดูดใจผู้บริโภค เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว 3 ปี ซีเกตจึงเชื่อว่าปี 2010 คือเวลาแจ้งเกิดโน้ตบุ๊กไดร์ฟลูกผสมที่เหมาะสม เนื่องจากผู้ผลิตโน้ตบุ๊กทั้งอัสซุส เอชพี และเดลล์ ต่างมีเทคโนโลยีที่พร้อมจะเสริมจุดขายด้านประสิทธิภาพและพลังงานอย่างเต็มที่

ซีเกตคุยว่า Momentus XT สามารถทำงานได้เร็วกว่าไดร์ฟ 7200 rpm ดั้งเดิมถึง 80% ผลจากชิปเอสเอสดีไดร์ฟ (solid-state drive) ทำให้เครื่องสามารถเปิดการทำงานได้ในไม่กี่วินาที ภายในประกอบด้วยชิป SSD ขนาด 4GB ขณะเดียวกันก็ใช้ไดร์ฟ SATA ขนาด 2.5 นิ้วร่วมด้วย มาพร้อมแคชเมมโมรี่ DDR3 ขนาด 32MB

ซีเกตการันตีว่า ปัญหาไดร์เวอร์ของไดร์ฟลูกผสมถูกแก้ไขแล้วใน Momentus XT เนื่องจากเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ไดร์ฟลูกผสมมีข้อจำกัดว่าจะต้องใช้งานกับไดร์ฟเวอร์ที่รองรับระบบปฏิบัติการวินโดวส์วิสต้า เท่านั้น ซึ่งขณะนี้ ไดร์ฟลูกผสมสามารถทำงานได้บนระบบปฏิบัติการต่างค่ายหลากหลายแล้ว ทั้งแมคโอเอส , ลินุกซ์ รวมถึงวินโดวส์เซเว่น

สำหรับโน้ตบุ๊กรุ่นแรกที่จะมี Momentus XT เป็นตัวเสริมบารมี อัสซุสระบุว่าคือรุ่น Republic of Gamers G73Jh หรือที่เรียกกันว่า ROG G73JH รุ่นใหม่ซึ่งอัสซุสจะเปิดเปิดตัวเลือกให้ผู้ซื้ออัปเกรดได้ โดยจะมาพร้อมซีพียู Intel Core i7 720Qm ความเร็ว 1.60GHz, เมมโมรี่ DDR3 8GB เต็มที่กับงานกราฟิกด้วย ATI Radeon Mobility HD 5870 เชื่อว่าจะถูกใจคอเกมทั่วโลก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 พฤษภาคม 2553 17:39 น.

วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

Seagate เตรียมเปิดตลาดฮาร์ดไดร์ฟความจุ 3 เทราไบต์

ถึงแม้ช่วงหลัง Seagate จะถูกคู่แข่งในอุตสาหกรรมฮาร์ดไดร์ฟแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดไปบ้าง แต่ก็ดูเหมือนสถานการณ์ต่างๆ จะไม่ทำให้บริษัทผู้อยู่คู่กับจานแม่เหล็กมาช้านานได้เกรงกลัวอะไรเลย เพราะล่าสุดทาง Seagate Technologies ได้ออกมาประกาศเตรียมพร้อมเปิดตัวฮาร์ดไดร์ฟความจุสูง 3 เทราไบต์แล้ว

โดยฮาร์ดไดร์ฟรุ่นดังกล่าว ทาง Seagate ได้ออกมายืนยันว่าจะพร้อมเปิดตัวและวางจำหน่ายภายหลังปี 2553 อีกทั้งทาง Seagate ยังให้คำแนะนำสำหรับผู้คิดจะเปลี่ยนฮาร์ดไดร์ฟเป็นรุ่นดังกล่าวว่า "สำหรับการใช้งานฮาร์ดไดร์ฟขนาด 3 เทระไบต์จำเป็นต้องทำงานผ่านระบบปฏิบัติการณ์ Windows Vista, Windows 7 แบบ 64 bit Version และ Linux บางเวอร์ชันเท่านั้น อีกทั้งผู้ใช้ยังจำเป็นต้องอัพเดตระบบ Bios (สำหรับเมนบอร์ดรุ่นเก่า) ด้วย เพราะเนื่องจากฮาร์ดไดร์ฟรุ่นดังกล่าวจะมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของ LBA (Logical Block Addressing) จาก 512byte เป็น 4,096byte เพื่อรองรับกับระบบการทำงานที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งถ้าผู้ใช้รันฮาร์ดไดร์ฟผ่านระบบปฏิบัติการณ์ Windows XP หรือเครื่องที่ใช้มี BIOS เป็นรุ่นเก่า ตัวเครื่องจะไม่สามารถมองเห็นความจุของฮาร์ดไดร์ฟได้เต็ม 3 เทระไบต์ แต่จะมองห็นได้เพียง 2.1 เทระไบต์เท่านั้น เนื่องจากระบบ Bios รวมถึง Windows XP จะมองค่า LBA ได้แค่แบบเก่า (512byte) ซึ่งมีอายุใช้งานเกือบ 30 ปีมาแล้ว

เพราะฉะนั้นสำหรับกลุ่มเป้าหมายของฮาร์ดไดร์ฟความจุสูงนี้ ทาง Seagate ได้กล่าวเสริมว่า จะเน้นจับกลุ่มตลาดระดับองค์กร, เซิฟเวอร์ขนาดใหญ่ และกลุ่มคนที่เน้นการใช้งานฮาร์ดไดร์ฟเพื่อเก็บข้อมูลจำนวนมากมากกว่าตลาดระดับ Consumer ที่ตอนนี้ยังไม่เปิดกว้างพอสำหรับเทคโนโลยีที่เข้ามาใหม่นี้

และสุดท้ายทาง Seagate ยังได้กล่าวทิ้งท้ายข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ใช้ Consumer ที่ต้องการใช้งานฮาร์ดไดร์ฟตัวนี้ว่า ในความจริงแล้วทุกคนก็สามารถใช้ฮาร์ดไดร์ฟความจุสูงได้ เพียงแต่สิ่งที่ฮาร์ดไดร์ฟตัวนี้ต้องการ นอกจากระบบคอมพิวเตอร์ของคุณจะต้องใช้ระบบปฏิบัติการณ์ Windows Vista, Windows 7 แบบ 64-bit แล้ว ในเรื่องของ Bios ก็จำเป็นต้องรองรับระบบ UEFI (Unified Extensible Firmware Interface) ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของการ Startup ฮาร์ดไดร์ฟรุ่นใหม่นี้ด้วย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤษภาคม 2553 13:13 น.

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

จุดพลุ“ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ เอ็กซ์โป 2010” หนุนไทยเป็นฐานการผลิตเบอร์หนึ่ง

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จับมือ สวทช. พร้อม 4 พันธมิตร ผู้ประกอบการผลิตอุปกรณ์บันทึกข้อมูลสำหรับคอมพิวเตอร์ หรือฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HardDisk Drive: HDD) ชั้นนำของโลก จัดประชุมวิชาการนานาชาติ และงานนิทรรศการฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ เอ็กซ์โป 2010 (HDD Expo 2010) ระหว่างวันที่ 26-28 พฤษภาคม 2553 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค หวังสร้างความเข็มแข็งให้ไทยเป็นฐานการผลิตอันดับหนึ่งในโลก

รศ.ดร.กิตติ ตีรเศรษฐ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทย ถือเป็นฐานการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีมูลค่าการส่งออกราว 500,000 ล้านบาทต่อปี และยังสามารถสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐศาสตร์ต่อภาคอุตสาหกรรมคิดเป็นมูลค่ารวมมากกว่า 8,500 ล้านบาท

เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศแบบยั่งยืน ทางสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยวิทยาลัยร่วมด้านเทคโนโลยีการบันทึกข้อมูลและประยุกต์ใช้งาน ร่วมกับ โปรแกรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ศูนย์วิจัยร่วมเฉพาะทางด้านกระบวนการผลิตฮารด์ดิสก์ไดรฟ์ขั้นสูง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ศูนย์วิจัยร่วมเฉพาะทางด้านส่วนประกอบฮารด์ดิสก์ไดรฟ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ 4 บริษัทผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ยักษ์ใหญ่ของโลก ได้แก่ บริษัท ฮิตาชิ โกลบอล สตอเรจ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทโตชิบา สตอเรจ ดีไวส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัดบริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด จัดประชุมวิชาการนานาชาติ และงานนิทรรศการฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ เอ็กซ์โป 2010 ขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 พฤษภาคม 2553 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

สำหรับการจัดการประชุมวิชาการระดับนานาชาติด้านเทคโนโลยีการบันทึกข้อมูล ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ในปีนี้ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนาและวิจัยนวัตกรรมเทคโนโลยี รวมถึงสินค้าและกระบวนการผลิตอุปกรณ์บันทึกข้อมูล (HDD) ผ่านเวทีการแลกเปลี่ยนความรู้เชิงวิชาการระหว่างนักวิชาการ นักวิจัยและผู้ประกอบการจากทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงการสร้างโอกาสให้กับบริษัทวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของไทย ในการเจรจาธุรกิจกับบริษัทผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และส่วนประกอบฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ระดับโลก

นอกจากนี้ ยังเป็นหนึ่งช่องทางในการพัฒนาบุคลากร ผ่านความร่วมมือาการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงจากต่างประเทศ เพื่อก่อให้เกิดความ มั่นคงยั่งยืนของอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ของประเทศไทยในทศวรรษหน้า โดยหนึ่งในนโยบายและกิจกรรมที่ภาครัฐสนับสนุนอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ด้วยการให้สนับสนุนด้านเงินทุน เพื่อการวิจัยโครงการในอนาคต

สำหรับกิจกรรมหลักในงาน HDD EXPO 2010 ประกอบด้วย งานประชุมวิชาการนานาชาติ International Conference on Data Storage Technology หรือ DST-CON 2010 โดยจะมีการบรรยายพิเศษจากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์และการบันทึกข้อมูลที่มีชื่อเสียงระดับโลก และมีการนำเสนอผลงานวิจัยจากนักวิชาการและนักวิจัยจากหน่วยงานต่างๆทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้ง นิทรรศการเทคโนโลยีฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์และการบันทึกข้อมูลจากบริษัทผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และส่วนประกอบฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ชั้นนำระดับโลก ซึ่งจะมีการนำเอาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมล่าสุดมาแสดงให้ชม

นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์มาจำหน่ายในราคาพิเศษ พร้อมกับการเปิดเวทีการเจรจาจับคู่ธุรกิจ หรือ Business Matching ระหว่างบริษัทวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของไทย บริษัทผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และส่วนประกอบฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ระดับโลก โดยได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

ผู้ชมงานยังสามารถพบกับตำแหน่งงานมากกว่า 10,000 อัตรา กับบริษัทผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ เครือข่ายชั้นนำระดับโลก และบริษัทผลิตชิ้นส่วนประกอบอีกว่า 60 บริษัท เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่จบใหม่ และมีประสบการณ์ในสาขาวิศวกรรม วิทยาศาสตร์ บริหารธุรกิจ และอื่นๆ ที่มีความสนใจมาสมัครงาน

ขณะเดียวกันก็มีการประกวดนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ด้านฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์สำหรับนักศึกษาและบุคคลทั่วไป หรือ Hard Disk Dive Innovation design & Engineering award (HDDIdea 2010) ภายใต้แนวความคิด “นวัตกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ เพื่อคุณภาพชีวิตของคนไทย” ด้วย

การจัดงาน HDD EXPO 2010 ครั้งนี้ ยังเป็นการจัดขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาสถาบัน ในปี พ.ศ. 2553 นี้ โดยจะมีบูธแสดงผลงานวิชาการและวิจัยของสถาบันที่ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางวิชาการจากทั้งภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับงานด้านวิจัยและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับ และก่อให้เกิดความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนด้านฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์

งานนี้จะจัดขึ้นที่ BITEC ในระหว่างวันที่ 26-28 พฤษภาคม 2553 นี้ ซึ่งสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.hdd-expo.com

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 พฤษภาคม 2553 15:39 น.