แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Laptop แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Laptop แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2554

เลอโนโวแจ้งเกิด"โน้ตบุ๊กควบคุมด้วยตา"

ดูเหมือนว่าการพัฒนาให้คอมพิวเตอร์สามารถควบคุมการทำงานด้วยการสัมผัสและการเคลื่อนไหว แทนการใช้เมาส์และคีย์บอร์ดนั้นจะเริ่มล้าสมัยไปแล้ว เพราะบริษัทสัญชาติสวีเดนกำลังพัฒนาส่วนติดต่อผู้ใช้งานหรือคอมพิวเตอร์อินเทอร์เฟสที่สามารถควบคุมได้ด้วยการเคลื่อนไหวของดวงตา ตั้งป้อมพัฒนาร่วมกับยักษ์ใหญ่โลกคอมพิวเตอร์พีซีอย่างเลอโนโว เพื่อแจ้งเกิดคอมพิวเตอร์พกพาเครื่องแรกของโลกที่สามารถใช้ดวงตาของ"คนตาดี"ควบคุมได้ และไม่ใช่การหวังเติบโตในเวทีผู้พิการอย่างที่เป็นในหลายงานวิจัย

บริษัทสวีเดนซึ่งเป็นเจ้าของเทคโนโลยีระบบติดตามและสั่งการด้วยดวงตานี้มีชื่อว่าโทบี (Tobii) ขณะนี้เป็นพันธมิตรกับบริษัทเลอโนโว (Lenovo) ในการสร้างคอมพิวเตอร์รุ่นต้นแบบที่สามารถตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของดวงตาได้เหมือนการตอบสนองต่อการคลิกเมาส์ด้วยมือแบบปกติ โดยมีการยกตัวอย่างการใช้งานน่าประทับใจว่า เครื่องรุ่นต้นแบบจะมาพร้อมไอคอน (icon) พิเศษที่สามารถแสดงข้อมูลรายละเอียดไฟล์ได้ทันทีหากผู้ใช้ตั้งใจมอง รวมถึงแอปพลิเคชันแผนที่หรือภาพที่สามารถปรับเลื่อนภาพไปแสดงจุดกึ่งกลางพอดีหากระบบพบว่าผู้ใช้จับตามองอยู่

บาร์บารา บาร์เคลย์ ผู้จัดการทั่วไปของโทบีภูมิภาคอเมริกาเหนือ ให้ความเห็นกับสื่อต่างประเทศว่า เทคโนโลยีของโทบีจะช่วยให้ผู้บริโภคทั่วโลกสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์พกพาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยผู้บริหารของโทบีมองว่าผู้บริโภคจะได้รับความสะดวกสบายมากหากเพียงมองหน้าจอส่วนที่ต้องการเลื่อนเมาส์ไป แล้วตัวกะพริบหรือเคอร์เซอร์ (cursor) ก็สามารถปรากฏในบริเวณนั้นได้ทันที

บาร์เคลย์ระบุว่าระบบของโทบีจะไม่ได้ทำให้ไอคอนทั้งหมดถูกเลือกคลิกเพียงเพราะผู้ใช้มองจ้องนานเกิน 2 วินาที แต่จะเปิดทางให้ผู้ใช้มีวิธีการเลือกที่สะดวกกว่าเดิม โดยโทบีมองว่าการมองเป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่เร็วที่สุดที่มนุษย์ทำได้ จึงเลือกใช้ประโยชน์จากการมองในการพัฒนาหนทางที่ดีกว่าดังกล่าว

ความสะดวกสบายในการใช้งานคอมพิวเตอร์ถือเป็นส่วนหนึ่งของประโยชน์จากระบบติดตามการเคลื่อนไหวดวงตาที่ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณชนในขณะนี้ โดยที่ผ่านมา ระบบติดตามการเคลื่อนไหวดวงตาถูกมองว่าจะเป็นประโยชน์ต่อระบบหน้าจอสามมิติในอนาคต เพราะหากผู้ผลิตพัฒนาให้หน้าจอสามมิติสามารถเรนเดอร์หรือประมวลผลภาพสามมิติตามการเคลื่อนไหวของดวงตาได้ ก็จะทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องสวมแว่นตาพิเศษใดๆ ขณะเดียวกัน ระบบติดตามการเคลื่อนไหวดวงตายังสามารถเป็นประโยชน์ต่อวงการรถยนต์อัจฉริยะ เพราะสามารถแจ้งเตือนให้ผู้ใช้เพิ่มความระมัดระวังหากระบบพบว่าผู้ขับขี่เริ่มไม่มีสมาธิกับการขับรถ

อย่างไรก็ตาม โทบียืนยันว่าไม่ได้หวังให้ระบบติดตามความเคลื่อนไหวดวงตาในคอมพิวเตอร์พกพาของบริษัท มาแทนที่การควบคุมดั้งเดิมของคอมพิวเตอร์ แต่จะเป็นส่วนเสริมที่ทำให้การใช้งานเป็นไปได้โดยสะดวกกว่าเดิม โดยบอกว่าระบบของโทบีสามารถรองรับการใช้งานบางอย่างได้ดีหากถูกประสานเข้ากับรูปแบบการควบคุมเครื่องดั้งเดิม

ผู้บริหารโทบียกตัวอย่างด้วยว่า ระบบของบริษัทสามารถทำให้การสกรอล (การเลื่อนดูหน้าจอขึ้น-ลงอย่างรวดเร็ว) สามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้นิ้วมือเลื่อนลูกกลิ้งบนเมาส์คอมพิวเตอร์ รวมถึงการปิดคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในโหมดพักชั่วคราว (sleep mode) โดยไม่ต้องเอื้อมมือไปหยิบเมาส์คอมพิวเตอร์ แต่ใช้การมองในหลากหลายรูปแบบ เช่นการขยิบตาข้างเดียวในจังหวะที่ต่างกัน ก็ทำให้ระบบสามารถรับรู้คำสั่งที่ต่างกันได้

บาร์เคลย์ยอมรับว่าบริษัทยังรอกำลังเสริมจากนักลงทุนและนักพัฒนาจำนวนมากเพื่อร่วมกันสร้างความสามารถใหม่บนระบบของโทบีในอนาคต โดยขณะนี้โทบีได้เผยแพร่ชุดเครื่องมือพัฒนาโปรแกรมหรือ SDK เพื่อให้นักพัฒนารายอื่นนำไปร่วมกันพัฒนาต่อยอดแล้ว ซึ่งคาดว่าโลกจะได้เห็นความสามารถใหม่จากระบบติดตามความเคลื่อนไหวดวงตาบนคอมพิวเตอร์ที่น่าสนใจยิ่งขึ้น

"นี่คือการเริ่มต้นเท่านั้น ลองนึกภาพดูว่าหากคุณกำลังดูภาพสิ่งของชิ้นหนึ่งบนหน้าจอ 3 มิติ ทันทีที่คุณยกศีรษะหรือส่ายหน้าจากซ้ายไปขวา จะดีเพียงไรหากภาพสิ่งของ 3 มิตินั้นสามารถเปลี่ยนแปลงไปตามองศาการมอง"

รายงานระบุว่าขณะนี้ เลอโนโวและโทบีเริ่มพัฒนาต้นแบบคอมพิวเตอร์พกพาที่สามารถควบคุมด้วยดวงตาแล้วราว 20 เครื่อง บนจุดประสงค์เพื่อสาธิตและทดลองการใช้งาน โดยอุปสรรคที่พบในขณะนี้คืออุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหวหรือเซ็นเซอร์จำนวนมากในระบบทำให้คอมพิวเตอร์พกพามีความหนาตัวเครื่องมากขึ้น ทำให้บริษัทเชื่อว่ายังต้องใช้เวลาอีก 1-2 ปี และความร่วมมือกับพันธมิตรที่มากขึ้น จึงจะสามารถวางตลาดคอมพ์พกพาอัจฉริยะนี้ได้

Company Relate Link :
Lenovo


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 มีนาคม 2554 12:20 น.

วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2552

เอชพีผนึกเอไอเอสออกโน้ตบุ๊กใช้ซิมโทร.มือถือ

เอชพีจับมือเอไอเอสทำตลาดแบบ win win ด้วยการออกโน้ตบุ๊กรุ่น HP Pavilion dv4 ที่ใช้ซิมพรีเพดมือถือเป็นตัวกระตุ้นยอดขาย และเป็นการเจาะเส้นทางการตลาดไอทีใหม่ที่มีสินค้าอัดแน่น พร้อมเปิดตัวในงานคอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2009 ร่วมกับรุ่น HP Pavilion dv2

นายปวิณ วรพฤกษ์ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์และการตลาด กลุ่มธุรกิจเพอร์ซันแนล ซิสเต็มส์ บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) หรือเอชพี กล่าวว่า เอชพีต้องการจะโตในตลาดคอนซูเมอร์ของผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และที่ผ่านมาก็พิสูจน์แล้วว่าเอชพีมีอัตราการโตในตลาดนี้ แต่ปัจจุบันการทำตลาดผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายที่เป็นร้านไอทีสำหรับเอชพีที่มีไลน์สินค้าที่หลากหลายทำให้เกิดการแออัดของผลิตภัณฑ์ จำเป็นต้องหาช่องทางการทำตลาดใหม่ๆ โดยการร่วมมือกับพันธมิตรหรือพาร์ตเนอร์ และการทำโปรโมชันในรูปแบบต่างๆ เพราะเชื่อว่าจะสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ทั่วประเทศ ซึ่งผู้บริโภคไม่ต้องรองานคอมมาร์ต หรืองานแสดงสินค้าไอที

“การทำตลาดสินค้าที่อาศัยเพียงช่องทางจำหน่ายด้านไอทีอาจไม่เหมาะกับเอชพีที่มีสินค้าหลากหลาย เราจึงจำเป็นต้องสร้างช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ โดยการร่วมมือกับพาร์ตเนอร์'

ล่าสุดเอชพีได้ร่วมมือกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่ในไทย เพื่อทำตลาดร่วมกัน โดยเอชพีจะมีการเปิดตัวโน้ตบุ๊กรุ่น HP Pavilion dv4 ที่สามารถใช้ร่วมกับซิมประเภทเติมเงินหรือพรีเพดโทรศัพท์มือถือได้ ซึ่งจะช่วยให้ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มมากขึ้น เพราะเอไอเอสมีเครือข่ายครอบคลุมมากที่สุด และมีฐานลูกค้าใหญ่ที่สุด

โดย HP Pavilion dv4 จะมีการเปิดตัวในงานคอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2009 วันนี้ (19 มี.ค.) โดยจะจำหน่ายในราคา 33,900 บาท ส่วนช่องทางการจัดจำหน่ายยังจะขายผ่านร้านไอที เป็นหลัก ยังไม่ถึงขั้นไปวางขายในร้านจำหน่ายมือถือ เพราะโน้ตบุ๊กยังมีขนาดใหญ่ทำให้กินพื้นที่ในการวางขาย

ผู้บริหารเอชพีกล่าวว่า การร่วมมือกับเอไอเอสในครั้งนี้ยังไม่ได้คาดหวังถึงยอดขาย แต่ต้องการให้ผู้บริโภคได้ใช้งานโน้ตบุ๊กร่วมกับเครือข่ายมือถืออย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า และครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งการทำตลาดในลักษณะนี้จะเห็นได้ถึงอัตราการโต โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัด

นอกจาก HP Pavilion dv4 ที่จะเปิดตัวในงานคอมมาร์ตแล้ว เอชพียังมีรุ่น HP Pavilion dv2 Entertainment Notebook PC นวัตกรรมคอนซูเมอร์โน้ตบุ๊กที่มาพร้อมกับความบางเบากะทัดรัด เหมาะสำหรับการพกพา เพราะนอกจากรูปลักษณ์ของตัวเครื่องที่บางเพียง 1 นิ้วและน้ำหนักเริ่มต้นเพียง 1.64 กิโลกรัมแล้ว โน้ตบุ๊กรุ่นนี้ยังพรั่งพร้อมไปด้วยฟีเจอร์ต่างๆ ที่พร้อมรองรับการใช้งานในอนาคต ประกอบกับความสามารถด้านไฮ-เดฟินิชันและกราฟิก

HP Pavilion dv2 Entertainment Notebook PC ผู้บริหารเอชพีเชื่อว่า จะเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างลงตัว ในราคาเริ่มต้นที่ 24,900 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และมีวางจำหน่ายตามตัวแทนจำหน่ายของเอชพีทั่วประเทศ

Company Related Links : HP